
อาการไข้ในเด็กเป็นเรื่องปกติที่พ่อแม่ทุกคนต้องเจอ แต่การรับมืออย่างถูกต้องและรวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความกังวลและป้องกันภาวะแทรกซ้อน การวัดไข้ที่แม่นยำและการดูแลเบื้องต้นที่ถูกวิธี คือด่านแรกในการช่วยให้ลูกน้อยรู้สึกสบายตัวขึ้น บทความนี้จะแนะนำวิธีการวัดไข้ที่แม่นยำที่สุดสำหรับเด็กแต่ละวัย รวมถึงเทคนิคการดูแลลูกเมื่อมีอุณหภูมิสูงอย่างปลอดภัย
1. ทำความเข้าใจ “ไข้” และเกณฑ์อุณหภูมิ
โดยทั่วไป “ไข้” คือภาวะที่ร่างกายมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติของร่างกายในการต่อสู้กับการติดเชื้อ อุณหภูมิร่างกายปกติของมนุษย์คือประมาณ 37.0C
- มีไข้ (Fever): เมื่ออุณหภูมิร่างกายวัดได้ตั้งแต่ 37.8C ขึ้นไป
- มีไข้สูง (High Fever): เมื่ออุณหภูมิวัดได้ตั้งแต่ 38.5C ขึ้นไป
ข้อควรจำ: อุณหภูมิที่วัดได้จากแต่ละตำแหน่งของร่างกายจะมีความแตกต่างกันเล็กน้อย ดังนั้นจึงต้องรู้เกณฑ์มาตรฐานของเครื่องมือแต่ละประเภท
2. วิธีวัดไข้ที่แม่นยำตามช่วงวัยของเด็ก
ความแม่นยำในการวัดไข้ขึ้นอยู่กับอายุของเด็กและจุดที่วัด เพราะเด็กแต่ละวัยจะมีความร่วมมือในการวัดต่างกัน
เด็กแรกเกิดถึง 3 เดือน
วิธีที่แม่นยำที่สุดคือการวัดไข้ทาง ทวารหนัก (Rectal) โดยใช้ปรอทวัดไข้ดิจิทัล (Digital Thermometer) เนื่องจากสามารถวัดอุณหภูมิแกนกลางร่างกายได้โดยตรง
- วิธีปฏิบัติ: ทาวาสลีนที่ปลายปรอทเล็กน้อย ค่อยๆ สอดปลายปรอทเข้าไปในทวารหนักประมาณ 1.5 – 2.5 เซนติเมตร และรอจนกว่าจะได้ยินเสียงสัญญาณ ควรปรึกษาแพทย์ทันที หากเด็กวัยนี้มีไข้สูงกว่า 38.0 C
เด็กเล็ก (3 เดือน ถึง 4 ปี)
วิธีที่แนะนำคือการวัดไข้ทาง หู (Tympanic) โดยใช้เครื่องวัดไข้ระบบอินฟราเรด (Infrared Ear Thermometer) หรือยังคงใช้การวัดทางทวารหนักหากต้องการความแม่นยำสูงสุด
- วิธีปฏิบัติ (หู): ดึงใบหูของเด็กไปด้านหลังเล็กน้อย เพื่อให้ปลายปรอทอยู่ตรงกับแก้วหูมากที่สุด เครื่องวัดไข้ทางหูจะวัดได้อย่างรวดเร็วภายใน 1-2 วินาที
เด็กโต (4 ปีขึ้นไป) และผู้ใหญ่
วิธีที่ง่ายและเป็นที่ยอมรับคือการวัดไข้ทาง ช่องปาก (Oral) หรือ รักแร้ (Axillary)
- วิธีปฏิบัติ (ช่องปาก): ให้เด็กอมปรอทไว้ใต้ลิ้น ปิดปากให้สนิท และรอจนกว่าจะมีสัญญาณเตือน (ใช้เวลาประมาณ 20-30 วินาที)
- วิธีปฏิบัติ (รักแร้): ใช้ปรอทดิจิทัลหนีบไว้ที่รักแร้ ให้ปลายปรอทอยู่ตรงกลางรักแร้ และให้แขนหนีบติดลำตัวไว้จนกว่าจะมีสัญญาณเตือน การวัดทางรักแร้มักจะให้ค่าที่ต่ำกว่าอุณหภูมิแกนกลางประมาณ 0.5C
3. การดูแลเบื้องต้นเมื่อลูกมีไข้สูง
เมื่อพบว่าลูกมีอุณหภูมิสูงกว่า 38.5C ควรเริ่มการดูแลเพื่อช่วยลดไข้ทันที:
- ให้ยาลดไข้: ยาที่แนะนำคือ พาราเซตามอล (Paracetamol) หรือ ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ควรให้ยาตามน้ำหนักตัวของเด็กอย่างเคร่งครัดตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร ห้ามให้ยาแอสไพรินในเด็กเด็ดขาด
- เช็ดตัวลดไข้: ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น (ไม่ใช่น้ำเย็นหรือน้ำแข็ง) บิดหมาดๆ แล้วเช็ดตามร่างกาย โดยเน้นบริเวณที่มีหลอดเลือดใหญ่ เช่น ซอกคอ รักแร้ และขาหนีบ น้ำอุ่นจะช่วยให้รูขุมขนขยายตัวและระบายความร้อนได้ดีขึ้น เมื่อตัวแห้งแล้ว ให้ใส่เสื้อผ้าบางเบา
- ให้ดื่มน้ำบ่อยๆ: ไข้ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ การให้ลูกจิบน้ำเปล่า น้ำเกลือแร่ หรือนมบ่อยๆ จะช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำ และช่วยให้กลไกการระบายความร้อนทำงานได้ดีขึ้น
- แต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่บางเบา: หลีกเลี่ยงการห่มผ้าหนาๆ หรือใส่เสื้อผ้าหลายชั้น เพราะจะยิ่งขัดขวางการระบายความร้อน
4. สัญญาณเตือนที่ต้องรีบพาไปพบแพทย์
อาการไข้ส่วนใหญ่มักไม่อันตราย แต่หากมีสัญญาณต่อไปนี้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที:
- อายุน้อยกว่า 3 เดือน และมีไข้ตั้งแต่ 38.0C ขึ้นไป
- มีไข้สูงเกิน 39.5C แม้จะเช็ดตัวและกินยาแล้วไข้ไม่ลด
- มีอาการชักร่วมกับไข้
- ซึม ไม่ตอบสนอง กระสับกระส่ายผิดปกติ
- อาเจียนหรือท้องเสียรุนแรง หรือมีอาการขาดน้ำ (ปากแห้ง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะน้อยลง)
- มีอาการหอบเหนื่อย หรือหายใจลำบาก
การวัดไข้ที่ถูกต้องและการดูแลด้วยความรู้ความเข้าใจ จะช่วยให้คุณสามารถรับมือกับอาการไข้ของลูกได้อย่างมั่นใจ และทำให้ลูกน้อยกลับมามีสุขภาพแข็งแรงได้โดยเร็วที่สุด
