ทุกคนรู้หรือไม่ว่าการตรวจสุขภาพในทุก ๆ ปีถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก และการตรวจสุขภาพในแต่ละครั้ง จะเป็นการตรวจหาโรค และหาสาเหตุของโรคได้ดีที่สุด ซึ่งสามารถตรวจได้หลากหลายวิธี อย่างเช่น การตรวจเลือด การเอกซเรย์ และในปัจจุบันยังมีการตรวจอีกหนึ่งวิธี คือ “การตรวจ MRI” นั่นเอง ซึ่งการตรวจ MRI จะถือเป็นการตรวจที่มีความทันสมัยเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังสามารถหาความผิดปกติในร่างกายได้อย่างแม่นยำมากที่สุดอีกด้วย ดังนั้นหากใครต้องการตรวจสุขภาพอย่างละเอียด มาทำความรู้จักกับการตรวจ MRI กันเลย
การตรวจ MRI คืออะไร?
สำหรับการตรวจ MRI จะไม่ใช้รังสีในการตรวจ แต่จะเป็นการใช้คลื่นแม่เหล็ก ซึ่งการตรวจในรูปแบบนี้สามารถตรวจได้ทุกส่วนของอวัยวะในร่างกายหากมีค่าไฮโดรเจน แต่ทั้งนี้อวัยวะต่าง ๆ ก็จะมีค่าไฮโดรเจนที่แตกต่างกันออกไปจะขึ้นอยู่กับความแตกต่างของอวัยวะนั้น ๆ ทั้งนี้ยังมีอวัยวะที่ไม่รับความนิยมในการตรวจ ได้แก ช่องอกหรือปอด เพราะเราจะสังเกตได้ว่า ปอดจะเป็นอวัยวะที่มีแต่อากา และไม่มีน้ำปอด รวมถึงจะไม่มีค่าไฮโดรเจนเป็นตัวประกอบ ดังนั้นจะไม่สามารถแยกโรคได้ดีเท่ากับการ CT SCA ในปอด และอีกหนึ่งอวัยวะที่ไม่สามารถตรวจได้ คือ ลำไส้ เนื่องจากจะมีการเคลื่อนย้ายอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นเราจะไม่สามารถตรวจกับอวัยวะที่มีการเคลื่อนไหวได้นั่นเอง
MRI ต่างจากเอกซเรย์อย่างไรบ้าง
สำหรับการตรวจเอกซเรย์จะเป็นการใช้รังสีในการตรวจ แต่การตรวจ MRI จะเป็นการใช้คลื่นแม่เหล็กในการตรวจ ซึ่งการตรวจทั้งสองรูปแบบนี้ผู้ป่วยจะได้รับปริมาณรังสีที่แตกต่างกันออกไป โดยการตรวจ MRI จะไม่มีค่าของรังสี แต่จะมีค่าของอย่างอื่นมาแทน อย่างเช่น ความร้อน เป็นต้น
ตรวจ MRI สามารถตรวจอะไรได้บ้าง?
สำหรับใครที่สงสัยว่า การตรวจ MRI สามารถตรวจอะไรได้บ้าง และส่วนใหญ่แล้วนิยมตรวจอะไรเป็นหลัก มาดูกันเลย
- สมอง: อย่างเช่น โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต เส้นเลือดในสมองตีบ สมองเสื่อม ปวดศีรษะเรื้อรัง
- ช่องท้อง: อย่างเช่น โรคมะเร็งตับ เนื้องอกในช่องท้อง นิ่ว ความผิดปกติของมดลูกและต่อมลูกหมาก
- กระดูกสันหลัง: อย่างเช่น กระดูกสันหลังเสื่อม หมองรองกระดูก แขนขาอ่อนแรง กระดูกทับเส้น และปวดหลังเรื้อรัง
- กระดูกและข้อ: อย่างเช่น ข้อเข่าเสื่อม การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา
- เส้นเลือด: อย่างเช่น ความผิดปกติของการอุดตัน หรือโป่งพองของระบบเส้นเลือด
อย่างไรก็ตามการตรวจสุขภาพแบบปกติ จะยังไม่มีการตรวจแบบ MRI แต่หากเมื่อไหร่ที่เรามีอาการป่วยที่รักษาแล้วยังไม่ดีขึ้น หรือไม่สามารถหาสาเหตุของอาการป่วยได้ การตรวจ MRI จะเป็นทางเลือกที่จะช่วยหาสาเหตุของอาการป่วยได้อย่างชัดเจน รับรองได้เลยว่าจะช่วยให้ทุกคนหาสาเหตุของโรค และเข้ารับการรักษาได้ทันอย่างแน่นอน
