
การปฐมพยาบาลคือทักษะพื้นฐานที่หลายคนคิดว่ารู้แล้ว แต่ในความเป็นจริง ความเข้าใจผิดเพียงเล็กน้อยอาจทำให้อาการของผู้บาดเจ็บทรุดหนักกว่าเดิมได้ หลายวิธีที่ถูกส่งต่อกันมานานอาจฟังดูคุ้นเคย แต่ไม่ได้แปลว่าถูกต้องเสมอไป และบางครั้งสิ่งที่ทำด้วยความหวังดีอาจกลายเป็นการเพิ่มความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว
เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ทุกวินาทีมีความหมาย การตัดสินใจผิดเพียงครั้งเดียวอาจกระทบทั้งความปลอดภัย โอกาสฟื้นตัว และความรุนแรงของอาการ ดังนั้นการรู้ว่า “ไม่ควรทำอะไร” จึงสำคัญไม่แพ้การรู้ว่าควรช่วยอย่างไร บทความนี้จะพาไปดู 5 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการปฐมพยาบาลที่พบได้บ่อย และเหตุผลว่าทำไมจึงควรเลิกทำทันที
ห้ามแหงนหน้ามากเกินไปเมื่อเลือดกำเดาไหล
หลายคนถูกสอนมาตั้งแต่เด็กว่า หากเลือดกำเดาไหลให้เงยหน้าขึ้นไว้ เพราะจะช่วยให้เลือดหยุดไหลเร็วขึ้น แต่ความจริงแล้ววิธีนี้อาจทำให้เลือดไหลย้อนลงคอ จนเกิดอาการไอ คลื่นไส้ อาเจียน หรือสำลักได้ โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุที่ควบคุมการกลืนได้ไม่ดีนัก
วิธีที่เหมาะสมกว่าคือให้นั่งตัวตรง ก้มหน้าเล็กน้อย แล้วใช้นิ้วบีบบริเวณปีกจมูกค้างไว้ต่อเนื่องประมาณ 10 ถึง 15 นาที การก้มหน้าเล็กน้อยจะช่วยให้เลือดไหลออกมาด้านหน้า ทำให้สังเกตอาการได้ง่ายกว่า และลดโอกาสที่เลือดจะลงไปในทางเดินหายใจ
หากเลือดไม่หยุดไหลภายในเวลาที่เหมาะสม หรือมีอาการหน้ามืด อ่อนแรง และเสียเลือดมาก ควรรีบไปพบแพทย์ เพราะอาจไม่ใช่อาการทั่วไปอย่างที่คิด และอาจมีสาเหตุจากความดันโลหิตสูงหรือความผิดปกติอื่นร่วมด้วย
ห้ามใช้น้ำแข็งหรือยาสีฟันทาลงบนแผลไฟไหม้ทันที
หนึ่งในความเชื่อที่แพร่หลายมากคือ เมื่อโดนของร้อนลวกหรือไฟไหม้ ให้รีบทายาสีฟัน น้ำปลา หรือใช้น้ำแข็งประคบทันที เพราะคิดว่าจะช่วยลดความร้อนและบรรเทาอาการเจ็บได้ แต่จริง ๆ แล้วสิ่งเหล่านี้อาจทำให้เนื้อเยื่อบาดเจ็บมากขึ้น หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้
น้ำแข็งที่เย็นจัดอาจทำให้ผิวหนังเกิดความเสียหายเพิ่มเติมจากความเย็น ส่วนยาสีฟันและสารอื่น ๆ ที่ไม่สะอาดพออาจปนเปื้อนเชื้อโรคและรบกวนการประเมินแผลของแพทย์ในภายหลัง สิ่งที่ควรทำคือใช้น้ำสะอาดอุณหภูมิปกติหรือน้ำเย็นไหลผ่านบริเวณแผลประมาณ 10 ถึง 20 นาที เพื่อช่วยลดความร้อนสะสมอย่างปลอดภัย
หลังจากนั้นควรปิดแผลด้วยวัสดุสะอาดที่ไม่ติดแผล และหลีกเลี่ยงการเจาะตุ่มพองด้วยตัวเอง หากแผลมีขนาดใหญ่ อยู่บริเวณใบหน้า มือ อวัยวะสำคัญ หรือมีอาการปวดมาก ควรรีบไปโรงพยาบาลทันทีเพื่อรับการดูแลอย่างเหมาะสม
ห้ามย้ายผู้บาดเจ็บทันทีหากสงสัยว่ากระดูกหรือคอได้รับบาดเจ็บ
เมื่อเห็นคนล้ม หมดสติ หรือประสบอุบัติเหตุ หลายคนมักรีบพยุง ลาก หรืออุ้มผู้บาดเจ็บออกจากจุดเกิดเหตุทันทีด้วยความตกใจ แต่หากผู้บาดเจ็บมีอาการบาดเจ็บที่คอ กระดูกสันหลัง หรือกระดูกส่วนสำคัญ การเคลื่อนย้ายแบบผิดวิธีอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บรุนแรงกว่าเดิม และบางกรณีอาจนำไปสู่อัมพาตถาวรได้
สิ่งสำคัญคือต้องประเมินความปลอดภัยของพื้นที่ก่อน หากบริเวณนั้นไม่มีอันตรายเร่งด่วน เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม หรือความเสี่ยงระเบิด ไม่ควรเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บโดยไม่จำเป็น ควรให้ผู้บาดเจ็บอยู่นิ่งที่สุด พร้อมโทรขอความช่วยเหลือจากหน่วยแพทย์ฉุกเฉินโดยเร็ว
ในระหว่างรอความช่วยเหลือ ควรเฝ้าดูการหายใจ ระดับความรู้สึกตัว และพูดคุยให้ผู้บาดเจ็บสงบลง การช่วยอย่างระมัดระวังและไม่รีบจนเกินไป มักปลอดภัยกว่าการลงมือทันทีโดยไม่มีความรู้ที่ถูกต้อง
ห้ามทำให้อาเจียนเองเมื่อกินสารพิษหรือของแปลกปลอม
อีกหนึ่งความเข้าใจผิดที่อันตรายมากคือ การพยายามทำให้ผู้ป่วยอาเจียนทันทีเมื่อกินสารพิษเข้าไป หลายคนคิดว่ายิ่งเอาสิ่งแปลกปลอมออกจากท้องเร็วเท่าไรยิ่งดี แต่ในบางกรณี โดยเฉพาะสารกัดกร่อน น้ำมัน หรือสารเคมีบางชนิด การอาเจียนอาจทำให้สารนั้นย้อนกลับมาทำลายหลอดอาหารและช่องปากซ้ำอีกครั้ง
นอกจากนี้ หากผู้ป่วยเริ่มซึม หมดสติ หรือกลืนลำบาก การพยายามกรอกน้ำ กรอกนม หรือกระตุ้นให้อาเจียน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการสำลักเข้าสู่ปอด ซึ่งเป็นภาวะอันตรายที่ต้องระวังอย่างมาก
ทางที่ถูกต้องคือรีบโทรขอคำแนะนำจากแพทย์ หน่วยฉุกเฉิน หรือศูนย์พิษวิทยา พร้อมเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับสารที่กินเข้าไป ปริมาณ และเวลาที่เกิดเหตุให้ชัดเจนที่สุด การได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องตามชนิดของสารพิษสำคัญกว่าการแก้ไขตามความเชื่อที่ส่งต่อกันมา
ห้ามใช้แอลกอฮอล์ราดแผลสดทุกกรณี
หลายคนเชื่อว่าแอลกอฮอล์คือวิธีฆ่าเชื้อที่ดีที่สุดสำหรับแผลสดทุกประเภท จึงมักรีบนำมาราดลงบนแผลทันทีเมื่อเกิดบาดแผลถลอกหรือมีดบาด แม้แอลกอฮอล์จะมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อ แต่ก็อาจทำให้แสบมาก ทำลายเนื้อเยื่อที่กำลังฟื้นตัว และทำให้แผลหายช้าลงในบางกรณี
สำหรับแผลทั่วไป การล้างด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือปราศจากเชื้ออย่างอ่อนโยนมักเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า เพราะช่วยชะล้างสิ่งสกปรกออกโดยไม่ทำร้ายเนื้อเยื่อเกินจำเป็น หลังจากนั้นจึงค่อยปิดแผลด้วยผ้าก๊อซหรือวัสดุปิดแผลที่สะอาด
หากแผลลึก เลือดออกไม่หยุด มีสิ่งแปลกปลอมฝังอยู่ หรือเกิดจากของสกปรกและสนิม ควรไปพบแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม เพราะบางครั้งผู้บาดเจ็บอาจต้องได้รับวัคซีนป้องกันบาดทะยักหรือการดูแลเฉพาะทางมากกว่าการล้างแผลเบื้องต้น
สรุป
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่าย เพราะหลายวิธีถูกบอกต่อกันมานานจนดูเหมือนเป็นเรื่องถูกต้อง ทั้งที่ในความจริงอาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงกว่าที่ควรจะเป็น การช่วยเหลือเบื้องต้นจึงไม่ควรอาศัยเพียงความเคยชินหรือคำแนะนำที่ไม่ผ่านการตรวจสอบ
ไม่ว่าจะเป็นการเงยหน้าเวลาเลือดกำเดาไหล การทายาสีฟันบนแผลไฟไหม้ การรีบย้ายผู้บาดเจ็บ การทำให้อาเจียนเมื่อกินสารพิษ หรือการราดแอลกอฮอล์ลงบนแผลสด ล้วนเป็นตัวอย่างของการปฐมพยาบาลที่ควรระวังอย่างมาก เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น
สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งสติ ประเมินสถานการณ์ และเลือกวิธีช่วยเหลือที่ปลอดภัยที่สุด หากไม่แน่ใจ ควรรีบติดต่อแพทย์หรือหน่วยฉุกเฉินทันที การมีข้อมูลที่ถูกต้องเพียงเล็กน้อยในเวลาสำคัญ อาจช่วยรักษาชีวิตและลดความสูญเสียได้มากกว่าที่คิด
